23.7.68

ไม้บัลซ่า(Balsa Wood) สำหรับสร้างเครื่องบินพลังยาง

 "ไม้บัลซ่า" เป็นหัวข้อที่สำคัญมากสำหรับนักประดิษฐ์เครื่องบินพลังยางทุกคน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ ผมจะเขียนบทความนี้โดยเน้นข้อมูลที่จำเป็นและเป็นประโยชน์นะครับ

    ไม้บัลซ่า: หัวใจสำคัญของเครื่องบินพลังยางที่คุณควรรู้
สำหรับใครก็ตามที่หลงใหลในการสร้างเครื่องบินพลังยาง หรือกำลังจะเริ่มต้นโปรเจกต์แรก วัสดุชิ้นหนึ่งที่คุณจะได้ยินชื่อบ่อยที่สุดและเป็นหัวใจสำคัญอย่างแท้จริงคือ ไม้บัลซ่า (Balsa Wood)
ไม้บัลซ่าเป็นวัสดุที่นักประดิษฐ์เครื่องบินจิ๋วและโมเดลต่างๆ ทั่วโลกเลือกใช้ ไม่ใช่แค่เครื่องบินพลังยางเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องบินบังคับวิทยุขนาดเล็ก โมเดลเรือ และงานฝีมืออื่นๆ อีกมากมาย แล้วทำไมไม้ชนิดนี้ถึงได้รับความนิยมขนาดนี้ล่ะ? ทำไมไม้บัลซ่าถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด?

    ไม้บัลซ่า (ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Ochroma pyramidale) เป็นไม้เนื้ออ่อนที่เติบโตเร็วมากในทวีปอเมริกาใต้ สิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นและเหมาะกับการสร้างเครื่องบินพลังยางมีอยู่ไม่กี่ข้อหลักๆ ครับ:
  •  น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ: นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุด ไม้บัลซ่ามีความหนาแน่นต่ำกว่าไม้ชนิดอื่นมาก บางสายพันธุ์เบากว่าน้ำ ทำให้มันลอยน้ำได้สบายๆ สำหรับเครื่องบินพลังยางแล้ว ทุกๆ มิลลิกรัมมีความหมายต่อประสิทธิภาพการบิน ดังนั้นไม้บัลซ่าจึงเป็นตัวเลือกที่ไม่มีใครเทียบได้ในเรื่องน้ำหนัก
  •  แข็งแรงต่อน้ำหนัก (High Strength-to-Weight Ratio): แม้จะเบา แต่ไม้บัลซ่ากลับมีความแข็งแรงในระดับที่น่าทึ่งเมื่อเทียบกับน้ำหนักของมัน ทำให้เราสามารถสร้างโครงสร้างที่เบาแต่ยังคงทนทานพอที่จะรับแรงทางอากาศพลศาสตร์ได้
  • ตัดแต่งง่าย: เนื้อไม้มีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัด, แกะสลัก, และขัดแต่งด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ เช่น คัตเตอร์ หรือใบมีดโกน นี่เป็นข้อดีอย่างมากสำหรับนักสร้างโมเดลที่ต้องการความแม่นยำและรายละเอียด
  •  ยืดหยุ่น (Flexibility): ไม้บัลซ่าบางเกรดสามารถดัดโค้งได้ง่ายเมื่อได้รับความชื้นหรือความร้อน ทำให้เหมาะสำหรับการขึ้นรูปปีกหรือส่วนโค้งอื่นๆ ของเครื่องบิน
การเลือกซื้อไม้บัลซ่า: สิ่งที่คุณควรรู้
    ไม้บัลซ่าไม่ได้มีแค่เกรดเดียว หรือความแข็งแบบเดียว การเลือกไม้ที่เหมาะสมกับส่วนต่างๆ ของเครื่องบินจะช่วยให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด:

  • ความหนาแน่น (Density): ไม้บัลซ่ามีหลายระดับความหนาแน่น ตั้งแต่เบามาก (Light Balsa) ไปจนถึงแข็งปานกลาง (Medium/Hard Balsa)
  • Light Balsa (บัลซ่าเบา): เหมาะสำหรับส่วนที่ต้องการน้ำหนักเบาที่สุด เช่น โครงสร้างปีก ซี่โครงปีก หรือลำตัวที่ไม่ได้รับแรงมาก เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเครื่องบินพลังยาง
  • Medium Balsa (บัลซ่าปานกลาง): ใช้สำหรับส่วนที่ต้องการความแข็งแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เช่น คานหลักปีก หรือส่วนที่ต้องรับแรงกระแทก
  • Hard Balsa (บัลซ่าแข็ง): ค่อนข้างแข็งและหนัก มักใช้ในส่วนที่ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ เช่น เมาท์เครื่องยนต์ หรือจุดยึดต่างๆ ในเครื่องบินบังคับวิทยุขนาดใหญ่ ซึ่งอาจไม่ค่อยได้ใช้ในเครื่องบินพลังยางที่เน้นน้ำหนักเบาจัด
ลายไม้ (Grain): ลายไม้บัลซ่ามีผลต่อคุณสมบัติ
  • A-Grain (A-Sheet หรือ Quarter-grain): เป็นลายไม้ที่ให้ความแข็งแรงในแนวตามยาวสูง เหมาะสำหรับคานหรือส่วนโครงสร้างที่ต้องการรับแรงดึงและแรงอัด
  • C-Grain (C-Sheet หรือ Rift-grain): มีความยืดหยุ่นดีเยี่ยม สามารถดัดโค้งได้ง่าย เหมาะสำหรับส่วนที่ต้องการการโค้งงอ เช่น ผิวปีก หรือส่วนโค้งของลำตัว
  • B-Grain (B-Sheet หรือ Flat-grain): เป็นลายไม้แบบผสม มีความสมดุลทั้งความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ใช้ได้ทั่วไปสำหรับโครงสร้างหลายส่วน
เคล็ดลับการเลือกซื้อ: เมื่อไปร้านขายอุปกรณ์โมเดล ให้ลองหยิบไม้บัลซ่าขึ้นมาดูและสัมผัสความรู้สึก ให้เลือกไม้ที่ตรงและไม่มีรอยแตกหรือบิดงอ และเลือกความหนาแน่นที่เหมาะสมกับส่วนที่คุณต้องการนำไปใช้งาน

การดูแลและจัดเก็บไม้บัลซ่า เพื่อให้ไม้บัลซ่าของคุณคงสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ควร:
  • เก็บในที่แห้ง: ไม้บัลซ่าไวต่อความชื้นมาก หากโดนความชื้นอาจบิดงอหรืออ่อนตัวลงได้
  • เก็บในที่ราบเรียบ: เพื่อป้องกันไม้บิดงอ ให้เก็บแผ่นไม้บัลซ่าในแนวนอนบนพื้นผิวเรียบ
  • ป้องกันการกระแทก: เนื้อไม้อ่อนนุ่ม หากโดนกระแทกอาจเกิดรอยบุบได้ง่าย
การเข้าใจคุณสมบัติและการเลือกใช้ไม้บัลซ่าที่ถูกต้อง เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คุณสร้างเครื่องบินพลังยางที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพในการบินสูงสุดได้ครับ ลองนำความรู้เหล่านี้ไปปรับใช้กับการสร้างสรรค์เครื่องบินพลังยางของคุณดูนะครับ!

มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกหรือใช้งานไม้บัลซ่าไหมครับ หรืออยากให้เจาะลึกเรื่องไหนอีก?

วัสดุประเภทกาว สำหรับสร้างเครื่องบินพลังยาง

    กาวเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเครื่องบินพลังยาง เพราะเป็นตัวเชื่อมประสานชิ้นส่วนต่างๆ ให้รวมกันเป็นโครงสร้างที่แข็งแรงและมีน้ำหนักเบา การเลือกใช้กาวให้ถูกประเภทกับวัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้งานของคุณสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และเครื่องบินก็จะมีประสิทธิภาพตามที่ต้องการครับ

    กาวสำหรับเครื่องบินพลังยาง: ตัวเชื่อมประสานความฝันให้โบยบิน
การสร้างเครื่องบินพลังยางต้องอาศัยความแม่นยำและน้ำหนักที่เบาที่สุด ดังนั้น กาวที่เราเลือกใช้จึงต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม แห้งเร็ว และไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับเครื่องบินมากเกินไป

ประเภทของกาวที่นิยมใช้ในการสร้างเครื่องบินพลังยาง
กาวแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวัสดุที่คุณกำลังจะติด:
    กาวติดโฟมโดยเฉพาะ (Foam-Safe Glue / UHU Por):
  • คุณสมบัติ: เป็นกาวที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับโฟมโดยเฉพาะ ไม่ทำปฏิกิริยากับเนื้อโฟม (ไม่กัดโฟม) มีความยืดหยุ่นสูง และแห้งเร็ว
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับติดโฟม Depron, EPP, XPS (โฟมบอร์ด) เข้าด้วยกัน หรือติดโฟมกับวัสดุอื่น ๆ เช่น ไม้บัลซ่า หรือพลาสติก
  • ข้อดี: ปลอดภัยต่อโฟมทุกชนิด, ยึดเกาะดี, มีความยืดหยุ่น ทำให้ชิ้นงานไม่เปราะง่าย, แห้งเร็ว
  • ข้อจำกัด: อาจมีราคาสูงกว่ากาวชนิดอื่นเล็กน้อย, มีกลิ่นฉุนเล็กน้อยขณะใช้งาน
กาวร้อน (Cyanoacrylate / CA Glue):
  • คุณสมบัติ: เป็นกาวที่แห้งเร็วมาก มีแรงยึดเกาะสูง และมีหลายความหนืด (บาง, ปานกลาง, ข้น)
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับติดไม้บัลซ่า, ไม้อัด, พลาสติกบางชนิด, หรือใช้เสริมความแข็งแรงให้กับจุดเชื่อมต่อต่างๆ
  • ข้อดี: แห้งเร็วมาก ทำให้ทำงานได้รวดเร็ว, มีแรงยึดเกาะสูง, มีให้เลือกหลายความหนืด
  • ข้อจำกัด: บางชนิดกัดโฟมได้ (ต้องเลือกชนิดที่ระบุว่า "Foam-Safe CA"), มีควันและกลิ่นฉุน, อาจทำให้ผิวหนังติดกันได้ง่าย, ชิ้นงานที่ติดด้วยกาวร้อนอาจเปราะกว่ากาวที่มีความยืดหยุ่น
กาวขาว (PVA Glue / Wood Glue / กาวลาเท็กซ์):
  • คุณสมบัติ: เป็นกาวที่ทำจากโพลีไวนิลอะซิเตต มีความแข็งแรงในการยึดเกาะที่ดีเมื่อแห้งสนิท และมีความยืดหยุ่นเล็กน้อย
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับติดกระดาษ, ไม้บัลซ่า, หรือใช้ในการเคลือบกระดาษไขเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
  • ข้อดี: ราคาถูก, หาซื้อง่าย, ไม่มีกลิ่นฉุน, แห้งแล้วใส
  • ข้อจำกัด: ใช้เวลาในการแห้งนาน, ไม่เหมาะกับโฟมบางชนิด (อาจทำให้โฟมบวมหรือเสียรูปได้หากใช้ปริมาณมาก), ไม่กันน้ำ
กาวอีพ็อกซี่ (Epoxy Glue):
  • คุณสมบัติ: เป็นกาวสองส่วนผสม (เรซินและสารเร่งแข็ง) ที่ต้องผสมกันก่อนใช้ เมื่อแห้งแล้วจะแข็งแรงและทนทานมาก
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับจุดที่ต้องการความแข็งแรงสูงสุด เช่น จุดยึดใบพัดกับลำตัว, จุดเชื่อมต่อที่ต้องรับแรงสูง
  • ข้อดี: แข็งแรงทนทานที่สุด, ทนทานต่อสารเคมีและความชื้น
  • ข้อจำกัด: มีน้ำหนักมาก, ใช้เวลาในการแห้งนาน, ต้องผสมก่อนใช้, มีกลิ่นฉุน
เคล็ดลับในการใช้กาวสำหรับเครื่องบินพลังยาง
  • ทาบางๆ: ไม่ว่าจะเป็นกาวชนิดใด ควรทาในปริมาณที่น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อลดน้ำหนักของเครื่องบิน
  • ทดสอบก่อนใช้: หากไม่แน่ใจว่ากาวจะกัดโฟมหรือไม่ ควรทดสอบกับเศษโฟมชิ้นเล็กๆ ก่อนเสม
  • ระบายอากาศให้ดี: กาวบางชนิดมีกลิ่นฉุน ควรใช้งานในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
  • ทำความสะอาดพื้นผิว: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นผิวที่จะติดสะอาด ปราศจากฝุ่นและไขมัน เพื่อให้กาวสามารถยึดเกาะได้ดีที่สุด
  • ใช้ตัวหนีบหรือเทป: ในขณะที่กาวกำลังแห้ง การใช้ตัวหนีบเล็กๆ หรือเทปกระดาษจะช่วยยึดชิ้นส่วนให้อยู่กับที่จนกว่ากาวจะแห้งสนิท
การเลือกใช้กาวที่เหมาะสมกับวัสดุและชิ้นส่วนต่างๆ จะช่วยให้เครื่องบินพลังยางของคุณมีโครงสร้างที่แข็งแรง น้ำหนักเบา และพร้อมที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างมั่นใจครับ!

วัสดุประเภทโฟม สำหรับสร้างเครื่องบินพลังยาง

    สำหรับนักสร้างเครื่องบินพลังยาง ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้มีประสบการณ์ การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญที่จะกำหนดประสิทธิภาพการบินและความทนทานของเครื่องบิน โฟมเป็นหนึ่งในวัสดุยอดนิยมที่ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยคุณสมบัติเด่นในเรื่องของน้ำหนักเบา ตัดแต่งง่าย และมีความยืดหยุ่น
โฟมยอดนิยมสำหรับเครื่องบินพลังยาง
มีโฟมหลายประเภทที่เหมาะกับการสร้างเครื่องบินพลังยาง แต่ละชนิดก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดแตกต่างกันไป ดังนี้:
  1. โฟม Depron (ดีพรอน)
Depron เป็นชื่อการค้าของโฟมโพลีสไตรีนอัดขึ้นรูปชนิดหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ทำให้เป็นที่นิยมอย่างมากในวงการสร้างเครื่องบินจำลอง

คุณสมบัติ
  • เนื้อโฟมละเอียดมาก มีโครงสร้างเซลล์ปิด น้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ผิวเรียบเนียน และมีความแข็งแรงพอสมควร
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับการทำชิ้นส่วนหลักของเครื่องบินพลังยาง เช่น ปีก ลำตัว และแพนหาง เพราะสามารถตัดแต่งได้แม่นยำและให้ผิวสัมผัสที่ดี
ข้อดี
  • น้ำหนักเบามาก ช่วยให้เครื่องบินบินได้นานขึ้น, ตัดแต่งง่าย ด้วยมีดคัตเตอร์คมๆ, ให้ชิ้นงานที่เรียบร้อยและสวยงาม, แข็งแรงพอใช้ สำหรับโครงสร้างที่เน้นน้ำหนัก
ข้อจำกัด
  • อาจจะเปราะหรือหักง่ายหากได้รับแรงกระแทกโดยตรง ควรระมัดระวังในการใช้งาน
    2. โฟม XPS (Extruded Polystyrene Foam) หรือ โฟมบอร์ด (Foam Board)

XPS คือโฟมโพลีสไตรีนอัดรีด ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในงานฉนวนกันความร้อน ส่วน "โฟมบอร์ด" ที่ใช้เรียกกันทั่วไปในร้านเครื่องเขียน มักเป็นโฟม XPS ที่มีกระดาษประกบทั้งสองด้าน

คุณสมบัติ:
  • XPS: มีลักษณะเป็นแผ่นแข็ง สีสันหลากหลาย (เช่น ชมพู ฟ้า เขียว) มีน้ำหนักเบา แต่จะมีความยืดหยุ่นน้อยกว่า EPP
  • โฟมบอร์ด: เป็นโฟมที่ประกบด้วยกระดาษทั้งสองด้าน ทำให้มีความแข็งแรงและตัดแต่งได้ง่าย แต่ก็อาจได้รับผลกระทบจากความชื้นได้ง่ายกว่าโฟมชนิดอื่น
  • การใช้งาน:XPS: เหมาะสำหรับโครงสร้างที่ต้องการความแข็ง เช่น ลำตัว ปีก หรือแพนหางของเครื่องบินขนาดเล็กหรือขนาดกลาง 
  • โฟมบอร์ด: เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น หรือการสร้างต้นแบบที่ต้องการความรวดเร็วและราคาประหยัด
ข้อดี:
  • XPS: น้ำหนักเบา หาซื้อง่าย ราคาไม่แพง
  • โฟมบอร์ด: ตัดง่ายด้วยมีดคัตเตอร์, ราคาประหยัด, หาซื้อได้ทั่วไป
ข้อจำกัด:
  • XPS: อาจไม่ทนทานต่อแรงกระแทกเท่า EPP
  • โฟมบอร์ด: ไม่ทนน้ำ, อาจมีน้ำหนักมากกว่าโฟมชนิดอื่นเมื่อเทียบกับขนาดที่เท่ากัน
    3. โฟม EPP (Expanded Polypropylene Foam)

EPP เป็นโฟมโพลีโพรพิลีนที่มีคุณสมบัติเด่นด้านความทนทานต่อแรงกระแทก

คุณสมบัติ: 
  • มีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถบิดงอหรือบุบได้โดยไม่แตกหักง่าย และสามารถคืนรูปได้ดี
  • การใช้งาน: เหมาะสำหรับชิ้นส่วนเครื่องบินที่ต้องรับแรงกระแทกบ่อยๆ เช่น ลำตัวด้านหน้า ปีกของเครื่องบินฝึกบิน หรือเครื่องบินที่เน้นความทนทานเป็นพิเศษ
ข้อดี: 
  • ทนทานต่อแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม ไม่แตกหักง่าย, สามารถใช้งานได้นาน, เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่อาจมีการชนบ่อยครั้ง
ข้อจำกัด: 
  • มีน้ำหนักมากกว่า Depron หรือ XPS เล็กน้อย ทำให้หากต้องการเครื่องบินที่มีน้ำหนักเบามาก อาจต้องออกแบบโครงสร้างให้เหมาะสม
การเลือกโฟมที่ใช่สำหรับคุณ
การตัดสินใจว่าจะใช้โฟมชนิดใดในการสร้างเครื่องบินพลังยาง ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้:
  • ระดับประสบการณ์: หากคุณเป็นมือใหม่ โฟมบอร์ด หรือ XPS อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะราคาไม่แพงและตัดแต่งง่าย หรือ EPP หากต้องการความทนทานต่อการชน
  • ประสิทธิภาพการบินที่ต้องการ: หากต้องการเครื่องบินที่เบาที่สุดและบินได้นานที่สุด Depron คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์
  • งบประมาณ: โฟมบอร์ดและ XPS มักมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า Depron และ EPP
การทดลองใช้วัสดุแต่ละชนิดจะช่วยให้คุณเข้าใจคุณสมบัติของโฟมแต่ละประเภทได้ดีขึ้น และค้นพบว่าโฟมชนิดใดที่เหมาะกับสไตล์การสร้างและการบินของคุณมากที่สุดครับ

20.10.67

เครื่องบินพลังยาง: สนุกกับวิทยาศาสตร์การบิน

เครื่องบินยาง เป็นของเล่นที่หลายคนคุ้นเคยและสนุกกับการสร้างและปล่อยให้บินขึ้นไปบนฟ้า เครื่องบินยางเป็นมากกว่าแค่ของเล่นธรรมดา เพราะมันยังเป็นสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น แรงยก แรงต้าน แรงโน้มถ่วง และอากาศพลศาสตร์อีกด้วย


หลักการทำงานของเครื่องบินยาง

เมื่อเรายืดและปล่อยยาง เครื่องบินจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าเนื่องจากแรงที่สะสมอยู่ในยาง และเมื่อใบพัดหมุน จะเกิดแรงยกที่ดันเครื่องบินให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ส่วนประกอบหลักของเครื่องบินยาง

 * ลำตัว: เป็นส่วนที่บรรจุยางและอุปกรณ์ควบคุมอื่นๆ

 * ปีก: ช่วยสร้างแรงยกให้เครื่องบินลอยขึ้น

 * หาง: ช่วยรักษาสมดุลและควบคุมทิศทาง

 * ใบพัด: เปลี่ยนพลังงานจากยางให้เป็นแรงขับเคลื่อน

วิธีทำเครื่องบินยางง่ายๆ

การทำเครื่องบินยางไม่ยากเลย เพียงแค่คุณมีวัสดุอุปกรณ์ง่ายๆ เช่น ไม้ไอศกรีม โฟม กาว และยางวง คุณก็สามารถสร้างเครื่องบินยางของคุณเองได้แล้ว

ประโยชน์ของการทำเครื่องบินยาง

 * พัฒนาทักษะ: การทำเครื่องบินยางช่วยพัฒนาทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และการแก้ปัญหา

 * ความคิดสร้างสรรค์: การออกแบบเครื่องบินยางแต่ละลำจะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

 * ความสนุกสนาน: การปล่อยเครื่องบินยางให้บินเป็นกิจกรรมที่สนุกและผ่อนคลาย

เคล็ดลับในการทำเครื่องบินยางให้บินได้ไกล

 * เลือกวัสดุที่มีคุณภาพ: วัสดุที่แข็งแรงและเบาจะช่วยให้เครื่องบินบินได้ไกลขึ้น

 * ออกแบบให้สมดุล: เครื่องบินที่สมดุลจะบินได้ตรงและเสถียร

 * ปรับตั้งใบพัด: การปรับตั้งใบพัดให้เหมาะสมจะช่วยเพิ่มแรงขับเคลื่อน

อยากลองทำเครื่องบินยางดูบ้างไหม? คุณสามารถหาแบบและวิธีทำได้จากอินเทอร์เน็ตหรือหนังสือเกี่ยวกับการทำโมเดลเครื่องบิน

21.10.64

วิธีทำแผ่นอลูมิเนียมสำหรับงาน DIY งาน Handmade จากกระป๋องน้ำอัดลม

สวัสดีครับสำหรับผู้สนใจในงานอดิเรก งานแฮนด์เมด วันนี้ผมจะมาแนะนำการทำแผ่นอลูมิเนียมจากกระป๋องน้ำอัดลมอย่างง่ายๆกัน ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่ผมได้ลองทำ วิธีนี้ค่อนข้างดีที่สุด เนื่องจากเราสามารถตัดแผ่นอลูออกมาจากกระป๋องค่อนข้างเรียบกว่าการใช้มีดคัตเตอร์กรีด และได้แผ่นอลูมิเนียมที่มีขนาดใหญ่กว่า ไม่ต้องเสียพื้นที่ที่ถูกตัดขอบออก เพราะตัดด้วยวิธีนี้จะได้ขอบที่เรียบ

ขั้นตอนที่ 1
เตรียมกระป๋องน้ำอัดลมตามที่ต้องการ อยากได้สีไหน เพื่อนๆจัดหามาได้เลย เมื่อได้กระป๋องตามที่ต้องการแล้วให้ทำการล้างทำความสะอาดภายนอกและภายใน ซึ่งภานในกระป๋องต้องล้างน้ำหลายๆรอบ เพราะถ้ามีน้ำอัดลมติดค้างอยู่ข้างใน อาจจะเหม็นและมีราได้ แล้วนำไปตากแดดให้แห้งสนิท

ขั้นตอนที่ 2 
อุปกรณ์ที่ใช้มี แผ่นรองตัด กรรไกร และใบมีดสำหรับตัดแผ่นอคิลิค ในคลิปนี้ผมใช้ใบมีดยึดกับไม้สี่เหลี่ยมแทนด้ามมีด 

ขั้นตอนสุดท้าย
นำใบมีดมาขูดรอบก้นกระป๋อง ให้เป็นรอยให้รอบกระป๋อง จากนั้นออกแรงขูดให้ลึกเกือบทะลุ ประมาณ 1-2 Cm แล้วเอานิ้วกดลงไป โดยรอบ ตัวก้นกระป๋องก็จะหลุดออกได้อย่างง่ายดาย และด้านบนหัวกระป๋องก็ให้ทำแบบเดียวกัน  เมื่อได้ตัวกระป๋อง ก็ใช้กรรไกรตัดตรงกลาง ก็เป็นอันเรียบร้อย


สำหรับหากจะให้แผ่นอลูเรียบเป็นแผ่น ให้เรากรีดแผ่นอลูกับขอบโต็ะตามคลิบได้เลย เราก็ได้แผ่นอลูมิเนียมไว้สำหรับทำงาน DIY ได้แล้ว

ก่อนจะจบบทความในวันี้ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ติดตามเรา ทั้งใน Blog และ ใน Youtube นะครับ และขออภัยหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมานะที่นี้ด้วยนะครับ



29.6.58

DIY แผนที่โลกบนไม้ ติดผนัง

วันนี้เรามาทำภาพติดผนังห้องนอน ห้องนั่งเล่นแบบเก๋ๆกันดีกว่า โดยใช้อุปกรณ์ไม่มาก และทำไม่ยากเกินไป เรามาเริ่มกันเลยดีกว่านะครับ

วัสดุอุปกรณ์

  1. แผ่นไม้ขนาดตามที่ต้องการ จะใหญ่หรือเล็กก็ได้ แต่แนะนำแผ่นใหญ่ดีกว่าประมาณ  10 x 14 นิ้ว
  2. สติ็กเกอร์รูปแผนที่โลก หากใครมีเครื่องตัดก็สามารถตัดเองได้ ถ้าไม่มีต้องหาซื้อครับ
  3. สีขาว สีอคริลิคก็ได้
  4. ตะขอเกี่ยว
ขั้นตอนการทำ
  1. นำไม้ที่ได้มา มาทำความสะอาด ขัดด้วยกระดาษทราย หากเราต้องการลายไม้ที่เป็นสีเข้ม ก้สามารถใช้น้ำยาเลือบไม้ได้
  2. นำสติ็กเกอร์ที่เตรียมไว้ มาติดลงบนไม้ 
  3. นำสีขาวมาทา ตรงแผนที่ที่ว่างไว้
  4. เมื่อสีเริ่มแห้งแล้ว ให้ลอกสติ็กเกอร์ออก รอให้สีแห้งสนิท
  5. ติดตาขอด้านหลังภาพ ก็สามารถนำไปประดับห้องได้เลย







DIY กล่องใส่ดินสอสีสำหรับเด็กๆ จากขวดแชมพู

วันนี้เรามีไอเดียน่ารักน่ารักมาฝากกัน เรามาทำกล่องใส่ดินสอสีให้คุณหนุหนูกันดีกว่า ซึ่งมันทำจากขวดแชมพูที่ใช้หมดแล้ว เอามาทำเป็นกล่องเหล่ามอนเตอร์ น่ากลัวหรือน่ารักดี แต่ที่แน่แน่ เด้กๆหลายคนต้องชอบแน่นอน

วัสดุอุปกรณ์
  1. ขวดแชมพูที่ใช้หมดแล้ว
  2. มีด กรรไกร
  3. สติ็กเกอร์ สีขาว ดำ
  4. เทปกาวสองหน้า
  5. กาวตราช้าง
ขั้นตอนการทำ
  1. ล้างขวดแชมพูให้สะอาด แล้วตากให้แห้ง
  2. นำขวดแชมพูมาตัดส่วนหัวออก
  3. วาดแขนมอนเตอร์ แล้วตัดออกมา
  4. นำแขนมอนเตอร์ ติดด้วยกาวตราช้าง บนด้านหลังของขวด
  5. ติดปาก ฟัน และตามอนเตอร์
  6. ติดกาวสองหน้า ด้านหลังมอนเตอร์ แล้วนำไปติดใช้งานได้เลย

ที่มา madamecriativa.com

DIY กล่องใส่กระดาษทิชชู่ จาก ขวดน้ำอัดลมพลาสติก

วันนี้เรามีไอเดียการทำ ขวดใส่ทิชชู่เก๋ๆ จากขวดน้ำที่ไม่ใช้แล้ว มาฝาก

วัสดุอุปกรณ์
  1. ขวดน้ำอัดลมพลาสติก ขนาด 1 ลิตร
  2. ดินเยื่อกระดาษ
  3. สีผสมอาหาร หรือสีอคริลิคก็ได้
  4. มีด กรรไกร
ขั้นตอนการทำ






  1. ล้างขวดให้สะอาด ตากให้แห้ง
  2. นำขวดมาตัดด้านท้ายออก เพื่อให้สามารถใส่กระดาษทิชชู่ได้
  3. นำดินเยื่อกระดาษ มาผสมสี ตามที่ต้องการ แล้วมาทำตามแบบติดลงไปที่รอบขวด ตามตัวอย่างจะเป็นการทำเป็นบ้าน เราอาจทำเป็นแบบอื่นได้ เช่น ชายทะเล ก็ได้
  4. เจาะรูด้านบนสำหรับร้อยเชือก
  5. รอให้ดินแห้ง 24 ชั่วโมง ก้สามารถนำมาใช้ได้แล้ว
ที่มา artesanatoehumordemulher.wordpress.com

DIY Studio BOX อย่างง่าย เพื่อถ่ายรูปสินค้าแบบมืออาชีพ



หลายคนประสบปัญหา เวลาถ่ายรูปสินค้าสำหรับขายทางเน็ต หรือถ่ายรูปลงบล็อค เนื่องจากแสงไม่พอ พื้นหลังไม่ขาว แสงส่องตัวแบบมากเกินไป ฯลฯ วันนี้ เรามีไอเดียทำ Studio box อย่างง่าย ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ง่ายในบ้านเรา ทำไม่ยาก ใช้เวลาทำไม่นาน มีเพียงโคมไฟอันเดียวก้ใช้ได้

วัสดุอุปกรณ์
  1. โคมไฟอ่านหนังสือ 1 ดวง
  2. ลังเปล่าขนาดใหญ่ 1 ใบ
  3. กระดาษขาวบาง กระดาษไขก็ได้
  4. กระดาษแข็งสีขาว
  5. มีด กรรไกร กาว
ขั้นตอนการสร้าง
  1. เริ่มจาก กำหนดด้านหน้าของกล่อง แล้ว วัดจากด้านบน เข้ามาด้านในประมาณ 5-10 CM แล้วแต่ขนาดลัง แล้วตัดออก ทำมุม 45 องศา ดังรูป

  2. นำกระดาษขาวบางธรรมดา มาบุด้านในให้ทั่ว โดยตรงมุมด้านใน 
  3. นำกระดาษไข มาบุด้านบน
  4. เมื่อเรียบร้อยแล้ว เอาโคมไฟมาส่องจากด้านบน ก็สามารถใช้งานได้เลยครบ
ที่มา simplycooked.blogspot.com

DIY ลวดลายบนแก้วกาแฟ จากแรงบันดาลใจ


วันนี้เรามีไอเดียดีดี มานำเสนอ สำหรับคนชอบทานกาแฟ บางคนมักจะมีแก้วใบโปรด วันนี้เราลองใส่ความทรงจำดีดี หรือเรื่องราวที่เราชอบ ลงบนแก้วกาแฟ กันดีกว่า

วัสดุอุปกรณ์
  1. แก้วกาแฟ แบบไหนก็ได้ที่ชอบ แต่เอาแบบที่ไม่มีลวดลายมาก่อนนะครับ จะสีอะไรก็ได้
  2. ปากกามารค์เกอร์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านเครื่องเขียนใหญ่ๆ
  3. เตาอบร้อน

ขั้นตอนการทำ
  1. ล้างแก้วให้สะอาด ปราศจากคราบไขมัน สิ่งสกปรกต่างๆ แล้วตากให้แห้ง
  2. วาดลวดลายลงบนแก้ว ตามชอบ อาจเป็นตัวหนังสือ ภาพ แรงบัลดาลใจ ไม่สวยไม่เป็นไรครับ ตามฝีมือเรา หากจะลบ ลอยที่วาด ให้ใช้ผ้าหมาดๆเช็ดออกได้ครับ(ถ้าสียังไม่แห้งสนิท) สีจะแห้งสนิทจริงๆเมื่อทิ้งไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง
  3. หลังจากวาดเสร็จ ทิ้งให้แห้ง 4 ชั่งโมง แต่ไม่เกิน 8 ชั่วโมง ให้เอาแก้วไปเข้าเตาอบประมาณ 40 นาที ที่อุณหภูมิ 375 องศาฟาเรนไฮต์
  4. ปล่อยให้เย็นลง เป็นอันเสร็จครับ
ที่มา abirdsleap.com

12.11.57

แนะนำปืนกาวคุณภาพสูงสำหรับงาน DIY DREMEL Glue Gun รุ่น 940

หลายคนที่ชอบงานประดิษฐ์หรืองานแนว DIY คงมีหลายคนที่เคยใช้เครื่องมือขนาดเล็กจาก เดรเมล DREMEL ซึ่ง เดรเมลเป็นแบรนเครื่องมือที่มีชื่อเสียงแบรนหนึ่งที่มีอายุมากกว่า 80 ปี ผู้ใช้งานทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักDIY ช่างผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่ชื่นชอบในการทำงานอดิเรกก็สามารถหาเครื่องมือคู่ที่ใช่และชอบที่เดรเมล แต่ในวันนี้เราจะมาแนะนำปืนกาว รุ่น 940 ซึ่งจริงๆแล้วเดรเมลจะมีอีกหลายรุ่น เช่น 910 930 แต่ที่แนะนำรุ่น 940 เพราะครอบคลุมการใช้งานมากที่สุด ก่อนอื่นเรามาดูคุณสมบัติของปืนกาวกันก่อนดีกว่านะครับ

คุณสมบัติ
  • แรงดันไฟฟ้า 100-240 V
  • อุณหภูมิสูง 195 องศา
  • ใช้กับแท่งกาวขนาด 11-12 มิล
  • ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการที่จะพร้อมใช้
  • ควบคุมการหยดของกาวได้
  • ตรงหัว มีซิลิโคนกันความร้อน
  • มีขาวางสะดวก สามารถพับเก็บได้
  • เอาท์พุท 18กรัม/นาที
  • มีสวิตช์ปิดเปิด พร้อมไฟแสดงสถานะ
  • สายไฟสามารถถอดออกได้ สำหรับการจัดเก็บ
  • ด้ามจับกระชับ ถนัดมือ สามารถเอียงพลิกใช้ได้สะดวก

  • สำหรับปืนกาวของเดรเมลรุ่น 940 นี้ จะสะดวกมากเพราะมีขาตั้งมาให้ในตัว สามารถพับเก็บได้เมื่อใช้งาน พอจะใช้ขาตั้ง ก็ใช้หัวแม่มือกดตรงปุ่มสีน้ำเงินเล็กๆ ขาตั้งก็จะดีดออกมาทันที และที่สำคัญปืนกาวรุ่นนี้มีระบบป้องกันกาวไหลย้อยออกมา ทำให้เวลาเราใช้งานจะไม่มีแบบกาวไหลออกมาเองแบบของปืนกาวทั้วไปตามท้องตลาด และในส่วนหัวสามารถถอดออกได้เพราะมันเป็นเกลียวอยู่ครับ
    บนตัวปืนกาวจะระบุรุ่นชัดเจน DREMEL 940 ของก็อปตามท้องตลาดจะไม่มีตรงนี้  ส่วนท้ายสำหรับใส่แท่งกาวขนาด 11-12 มิลลิเมตรที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามท้องตลาด แต่โดยทั่วไปแล้วแท่งกาวขนาด 11-12 มิลจะมีอยู่ประมาณสองสี คือขาวขุ่น กับดำ หากเราต้องการแท่งกาวสีอื่นๆเพื่อให้สีเข้ากับงานของเรา แท่งกาวขนาด 7 มิลลิเมตรจะมีสีให้เลือกมากกว่า และเราต้องหันไปคบหากับปืนการรุ่น 910 แทน
    ตรงหัวสามารถถอดเปลี่ยนได้ เพราะเมื่อใช้ไปนานๆ ด้วยความร้อนตรงหัวก็จะมีสีดำไหม้ได้ แต่โดยทั่วๆไปถ้าไม้ใช้งานนานมาก แค่นี้ก้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน เพราะชื่อเสียงของเดรเมลเป็นตัวการรันตีคุณภาพอยู่แล้ว
    ปืนกาวรุ่นนี้เหมาะสำหรับทุกคน ตั้งแต่เมื่อสมัครเล่นจนถึงมืออาชีพ เพราะเราสามารถใช้งานได้หลากหลายตั้งแต่ทำงาน DIY เล็กๆน้อยจนไฟถึงการซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์
    เหมาะสำหรับการแพคกิ้งด้วย เพราะด้วยอัตราการไหลของกาวสูงถึง 18 กรัม/นาที ทำให้มีประมาณกาวที่มากพอ

    เป็นไงบ้างครับสำหรับ ปืนกาวคุณภาพสูง DREMEL Glue Gun รุ่น 940 ซึ่งหากเพื่อนๆสนใจจะลองหามาใช้ดุ สามารถติดต่อได้จากตัวแทนจำหน่ายของเดรเมลทั้วประเทศนะครับ ขอบคุณครับ

    16.6.57

    โค้ก อลูมินั่ม รุ่นฟีฟ่า เวิร์ลคัพ ปี 2014 Limited Edition

    เมื่อถึงฤดูกาลบอลโลก ทางโค้กก็ได้จัดแคมเปญพิเศษ นั้นคือการผลิตขวดโค้กรุ่นพิเศษที่ทำจากอลูมินั่ม หลังจากที่ถูกนำออกมาจำหน่ายได้ไม่นาน ก็กลายเป็นของหายากทันที โค้กอลู Coke Limited Edition ขวดอลูมิเนียมบอลโลก ฟีฟ่า บราซิล 2014 ลายที่หายากสุด ตอนนี้ โค้ก อลู ครบแพค สำหรับนักสะสม มีขายเฉพาะที่ 7-11 บางสาขาเท่านั้น โดยตามข้อมูลแจ้งว่ามีเพียง 745 สาขาเท่านั้นจากทั่วประเทศ และ สาขานึงมีจำนวนจำกัด 6 ลังเท่านั้น  เพื่อจะเก็บ โค้ก อลู ให้ครบ 5 ลาย ลายบอลโลกขาว ลายบอลโลกเขียว ลายบอลโลกกับนก ลายบราซิล [Brazil Edition] และลายบอลโลก 2014
    หากเพื่อนคนไหนอยากมีไว้ครอบครองลองตามหาได้ที่เซเว่นใกล้บ้านนะครับ แต่ตอนนี้ของเริ่มหายากแล้ว บางคนชอบสะสม บางคนเก็บไว้ขาย ตอนนี้ก็มีคนไทยนำไปขายบนเว็บไซด์ eBay บ้างแล้ว ซึ่งแบบห้าขวดครบทุกลายขายกันอยู่ที่ สองพันอัพครับ สำหรับผมไปได้ที่ TOP แบบ 3 ขวด แถมตุ็กตาหมี 1 ตัวด้วยเลยเอามาโพสโชว์ซะหน่อย
    ด้านหน้าแบบแพ็ค3ขวดครับ จะมีทั้งหมด 3 ลายด้วยกัน และมีน้องหมี 1 ตัวราคาสามร้อยกว่าบาท

    ด้านข้างจะมีรูปขวดโค้กสีสรรสวยงาม

    ด้านหลังเช่นเดียวกัน จะเป็นลายนก

    ข้างบนระบุชัดเจนว่า FIFA WORLD CUP BRASIL
    เป็นยังไงบ้างครับ น่าสะสมหรือเปล่ายังไงหากใครรีบหาก็ยังพอมีนะครับ แต่ย้ำว่ามีจำนวนจำกัดนะครับ ขอให้ทุกคนดูบอลโลกให้สนุกนะครับ

    21.10.56

    แนะนำเครื่องตัดสติ๊กเกอร์ Silhouette CAMEO electronic cutting tool

    เครื่องตัดสติกเกอร์ตัวนี้ผมสั่งซื้อจาก Ebay มีหลายราคาตามแต่ชุดที่เค้าขาย ราคาเฉลี่ยประมาณ 299$ สำหรับผมสั่งมาเป็นแบบธรรมดา บางเจ้าจะบวกชุดเริ่มต้นมาด้วย สำหรับเครื่องที่ผมสั่งซื้อถูกแพ็คมาในลังอย่างดี อันนี้แกะออกมาแล้วนะครับ จะเห็นว่าตรงมุมยุบนิดหน่อยบังเอิญหลุดมือตอนแกะออกมาจากลังใหญ่อีกที แต่ข้างในไม่เป็นไรครับ ตัวเครื่องถูกโฟมหุ้มไว้อีกที
    อุปกรณ์ตามรูปครับ มีตัวเครื่องตัดสติกเกอร์ หม้อแปลง สาย USB สำหรับเชื่อมกับต่อคอม แผ่นรองตัด ไดรเวอร์ บัตรดาวโหลดเทมเพลสมูลค่า 10$ และแถมสติกเกอร์เกรดพรีเมี่ยมอีก 10 แผ่น
    เครื่องตัดสติกเกอร์รุ่นนี้มีหน้าจอขาวดำมาด้วย และมีช่องเสียบการ์ด SD ทำให้เรานำงานที่ใส่ไว้ในการ์ดมาใช้ได้ทันที่ ไม่จำเป็นต้องเสียบคอมสะดวกมากๆ ซึ่งจริงๆแล้วเครื่องตัดสติ็กเกอร์ของ Silhouette จะมีอีกรุ่นนึงเครื่องเล็กกว่า ราคาถูกกว่า ไมมีหน้าจอคือรุ่น Portrait ซึ่งสามารถตัดได้กว้างสุดที่ 8 นิ้วเท่านั้น

    ก่อนที่เราจะไปต่อเรามาทำความรู้จักเครื่องตัดสติ็กเกอร์จาก Silhouette กันก่อนดีกว่านะครับ
    เครื่องตัดสติกเกอร์ จาก Silhouette america มีด้วยกันสองรุ่นคือ CAMEO และ portrait ซึ่งเครื่องตัด Silhouette นั้นเป็นเครื่องตัดอิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถตัดวัสดุได้หลากหลาย เช่น กระดาษ ไวนิล การ์ด ผ้า สติ็กเกอร์ความร้อน และอื่นๆ นอกจากนี้ ทาง Silhouette ยังมีซอฟแวร์ที่ให้เราสามารถออกแบบเองแล้ว ยังมีให้ดาว์นโหลดได้อีกนับหมื่นแบบ

    รายละเอียดข้อมูลเครื่องตัดรุ่น CAMEO
    • ขนาดตัวเครื่อง 20.9” x 6.5” x 5” (53.1 x 16.5 x 12.7 cm)
    • น้ำหนัก 6.5 lbs (2.95 kg)
    • ความกว้างที่สามารถตัดได้สูงสุด 12”x 12” (29.5 cm x 29.5 cm) with a cutting mat 12” x 10’ (29.5 cm x 3 m) with a lined media
    • ความหนาที่สามารถตัดได้สูงสุด 31.5 mils (0.8 mm)
    • มีช่องเสียบการ์ด SD ทำให้สามารถตัดได้โดยไม่ต้องต่อคอม
    • มีหน้าจอแสดงผลขนาดเล็ก แบบขาวดำแสดงข้อความ
    • ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 2.0
    • สามารถใช้ได้กับ Windows XP and newer and Mac® OS X 10.6.8 and higher
    รายละเอียดข้อมูลเครื่องตัดรุ่น portrait
    • ขนาดตัวเครื่อง 16.25” x 5.6” x 4.5” (41.3 x 14.2 x 11.4 cm)
    • น้ำหนัก 3.5 lbs (1.6 kg)
    • ความกว้างที่สามารถตัดได้สูงสุด 8” x 12” (20.3 x 30.5 cm) with a cutting mat 8” x 10’ (20.3 cm x 3 m) with a lined media
    • ความหนาที่สามารถตัดได้สูงสุด 31.5 mils (0.8 mm)
    • ช่องเชื่อมต่อแบบ USB 2.0
    • สามารถใช้ได้กับ Windows XP and newer and Mac® OS X 10.6.8 and higher
    คราวนี้เรามาดูกันว่าเครื่องตัด Silhouette สามารถทำอะไรได้บ้าง
    1. สามารถตัดสติ็กเกอร์ไวนิล VINYL
    2. ตัดผ้า FABRIC INTERFACING
    3. แกะสลักกระจก GLASS ETCHING
    4. ตัดสติ็กเกอร์ความร้อน HEAT TRANSFER
    5. การสเก็ตภาพด้วยปากกา SKETCH PEN
    6. การติดหินมุกบนเสื้อ หมวก  RHINESTONE
    7. ทำบล็อกสกรีนเสื้อ
    8. ตัดกระดาษโมเดล 3 มิติ
    9. ตัดสติกเกอร์เพ้นท์เล็บ
    10. ทำแม่เหล็กติดตู้เย็น
    11. ทำสติกเกอร์นูนด้วยเรซิ่น
    12. ทำจิ็กซอ
    13. ทำกล่องบรรจุภัณฑ์
    14. ทำการ์ดป็อบอัพ
    15. เขียนแบบได้ (สามารถเปลี่ยนใบมีดเป็นปากกาได้)
    เพื่อนๆสามารถนำมาประยุกต์ได้อีกมากมาย หากสนใจลองดูที่เว็บไซด์ตามลิงค์ได้เลยครับ http://www.silhouetteamerica.com/what-can-you-make/scrapbook-pages